พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม,romklaw thuwatham,อาลัย พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม,ประวัติ พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม,พิธีฝังศพ พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม,คนวงใน ร่มเกล้า...ในความรัก

amethystlyrics.com




อาลัย พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม


หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
เสาร์ที่ 1 พฤษภาคม 2553 00:00:00 น.

ข่าวการจากไปของ พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม ทำให้คนไทยมี่ติดตามข่าวต่างรู้สึกเศร้าสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง หลังพิธีรดน้ำศพและสวดอภิธรรมที่วัดเทพศิรินทร์แล้วได้ย้ายไปสวดวัจนพิธีกรรมที่โบสถ์เซนต์หลุยส์ สาทร ตั้งแต่เย็นวันที่ 20-22 เมษายน ภรรยาและลูกชายได้ไปร่วมสวดด้วย

และในวันที่ 23 เมษายน ภรรยาได้ไปร่วมพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณที่โบสถ์เซนต์หลุยส์ โดยมี พระคุณเจ้า ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประมุขสังฆมณฑลนครราชสีมา ซึ่งเป็นชาวบางนกแขวก สมุทรสงคราม แล้วได้ไปร่วมพิธีส่งวิญญาณผู้ล่วงลับที่สุสานศานติคาม ที่นครชัยศรี จ.นครปฐม ระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน ภรรยาซึ่งเป็นชาวบางนกแขวกได้คลายความสงสัยว่าในระหว่างพิธีที่ได้เห็นชาวบางนกแขวกมากหน้าหลายตา คนหนึ่งคือ คุณ ปราณี กิจเจริญ เป็นเพื่อนบ้านและเป็นนักเรียนรุ่นพี่ ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นเพื่อน ป.1-ป.4 กับคุณ วัชรี ธุวธรรม คุณแม่ของ พลเอก ร่มเกล้า ซึ่งมีคุณน้าสุดที่รักชื่อ พล.ต.ต. ชะนะ นันทวิสัย ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของผมเองที่ยังทำใจไม่ได้

ผมจึงเห็นเป็นโอกาสที่ภรรยาได้รับหนังสืออนุสรณ์เป็นของชำร่วยในงานศพนี้ จะได้แพร่เกียรติประวัติอันควรรำลึกถึงวีรกรรมอันแกล้วกล้าของ พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม แก่อนุชนคนรุ่นหลังกันต่อไป :

สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ


เมื่อความทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทถึงการเสียชีวิตของพันเอกร่มเกล้า ธุวธรรม ขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ.2553 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำหลวงอาบศพพร้อมด้วยหีบก้านแย่งประกอบศพ พวงมาลาหน้าหีบศพ และทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ มีพระพิธีกรรม สวดพระอภิธรรม สวดภาวนาอุทิศผู้ล่วงลับ สวดอวยพรผู้ล่วงลับเป็นครั้งสุดท้าย พระราชทานดินฝังศพ กำหนด 11 วัน

ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสกราบถวายบังคมแทบเบื้องพระยุคลบาท ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า
นาย รพีพงศ์ ธุวธรรม
นาง วัชรี ธุวธรรม
นาง นิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม

ประวัติ พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม




เกิด : วันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2509
บุตรของ : นาย รพีพงศ์ - นาง วัชรี ธุวธรรม
พี่น้อง : มีพี่สาว 1 คน
นาง รัดเกล้า สมรสกับ นาย ศรีศักดิ์ วิชญชาติ
มีธิดา 2 คน
1. น.ส.สรัลพร วิชญชาติ
2. ด.ญ.ปุญญิศา วิชญชาติ
สมรส : นาง นิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม

การศึกษา
1. โรงเรียนเซนต์คาเบรียล (พ.ศ.2514-2526)
2. โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 36 (พ.ศ.2527-2531)
3. โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 76
4. รัฐประศาสนศาสตร์ มหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
5. กำลังศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สถาบันบัณฑิต พัฒนาบริหารศาสตร์

ประวัติการรับราชการ
พ.ศ.2532 ยศ ว่าที่ร้อยตรี ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
พ.ศ.2532 ยศ ร้อยโท : ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหาร ราบที่ 21 รักษาพระองค์
พ.ศ.2535 ยศ ร้อยเอก : ผู้ช่วยนายทหารยุทธการและการฝึกกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
พ.ศ.2539 ยศ พันตรี : ผู้บังคับกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
พ.ศ.2540 นายทหารยุทธการและการฝึก กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
พ.ศ.2546 พันโท : หัวหน้าฝ่ายการข่าว กองพันทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
พ.ศ.2548 ดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพัน กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
พ.ศ.2552 พันเอก : ดำรงตำแหน่งรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
เมษายน 2553 ได้รับการปูนบำเหน็จพิเศษ ให้เลื่อนชั้นเงินเดือน 9 ขั้น เลื่อนยศเป็น พลเอก

รายการเครื่องราชอิสริยาภรณ์
1. จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เมื่อ พ.ศ.2533
2. จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก เมื่อ พ.ศ.2536
3. ตริตาภรณ์มงกุฎไทย เมื่อ พ.ศ.2540
4. ตริตาภรณ์ช้างเผือก เมื่อ พ.ศ.2547
5. กองทัพบกเสนอขอพระราชทานเครื่อราชอิสรยาภรณ์ ขั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.) ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.2553 ซึ่งเป็นวันที่เสียชีวิต

เสียชีวิต : วันที่ 11 เมษายน 2553
สิริรวมอายุ : 43 ปี


ก้อง ลูกรักของพ่อและแม่

มันยากที่สุดในชีวิตนะลูก ที่จะต้องยอมรับว่าจะไม่ได้พบหน้าลูกอีก! เหตุการณ์การจากไปของลูกครั้งนี้ แม้จะรู้ลูกของแม่ทำงานหนัก รับผิดชอบสูงเกินตัวในหน้าที่ทหาร จนมีเวลาเพียงแค่เย็นวันอาทิตย์ ทุกครั้งๆ ละ 2-3 ชั่วโมงที่ลูกและหนูเอจะมีโอกาสมาร่วมทานข้าวกับครอบครัว ทั้งพี่ไก่ พี่ศรี หลานรัก หนูเกรซและหนูพลอย ก็จะรอเวลาเดินทางมาร่วมคุยกัน แย่งกันคุย สนุกสนานเพียงเวลา 1 ทุ่มถึง 2 ทุ่ม ลูกก็ต้องกลับปราจีนบุรี เพียงเท่านี้ แม่พ่อ พี่ๆ และหลานๆ ก็ตั้งตารอคอยให้ถึงวันอาทิตย์เร็วๆ แต่ในบางช่วงเวลาบ้านเมืองไม่สงบลูกต้องปฏิบัติภารกิจจนไม่สามารถปลีกตัวมาหาพ่อและแม่ ในช่วงเดือนที่ผ่านมาแม่แค่โทรศัพท์ถึงด้วยความคิดถึงทุกครั้ง ลูกก็จะตอบได้สั้นๆ เพียง "สวัสดีครับแม่ ทุกอย่างสบายมาก ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แม่อดทนรออีกนิดเดียว บ้านเมืองก็จะสงบ นะแม่นะ" และก็วางหูโทรศัพท์ เพราะยังทำงานอยู่ แม้ในช่วงกลางคืน

วันที่เศร้าสุดๆ ในชีวิตพวกเรา (10 เมษายน 2553) เวลาประมาณ 09.00 น. ในตอนเช้าวันปฏิบัติงานสุดโหด ลูกโทรมาขอพรแม่ทางโทรศัพท์ (ซึ่งจะทำเช่นนี้ทุกครั้งเวลาที่ปฏิบัติงานสำคัญ) ก้องส่งเสียงตามสายบอกแม่ว่า "แม่ต้องสวดและสมาธิหนักให้ลูกด้วย สำคัญนะแม่นะ" แม่รู้ทันทีว่างานอะไร ไม่ต้องถามรายละเอียดอะไรถ้าเป็นแม่ของนักรบ เรารู้กัน เพียงตอบให้กำลังใจกลับไปว่า "ปฏิบัติการสนามซีนะ บ้านเมืองจะได้สงบเสียที ลูกจะประสบความสำเร็จ จะไม่มีอันตรายใดๆ โชคดีนะจ๊ะลูก" โทรครั้งที่ 2 เวลาประมาณ 11.00 น. ก่อนเที่ยงหลังจากที่แม่นั่งสมาธิ สวดภาวนา ห้ามผู้ใดรบกวน เขาโทรกลับมาแจ้งแม่ด้วยความสดชื่นดีใจด้วยเสียงก้องกังวาน บอกแม่เสียงดังทางโทรศัพท์ว่า "ลูกทำสำเร็จแล้วแม่ ลูกทำสำเร็จแล้ว! วันนี้ทางใสสว่างเหลือเกินแม่" แม่ก็พลอยดีใจหยุดสมาธิ พักผ่อน ดีใจได้ไม่นาน ลูกโทรกลับมาอีกเป็นครั้งที่ 3 "แม่ต้องสวดและสมาธิต่อให้ลูกให้หนักเลยนะแม่ งานมันหนัก ทำไมยากนักวันนี้" ฟังเท่านี้แม่ก็เป็นห่วงว่า ทำไมลูกแม่ถึงขาดความเชื่อมั่นในวันนี้ซึ่งไม่เคยมีในตลอดชีวิตที่ทำงานมา จะวางแผน 2 แผน 3 แผน สำเร็จทุกครั้ง ด้วยแม่รับทราบความในใจ แม่คิดว่าบุญของแม่ที่จะช่วยลูกคงไม่พอ แม่จึงบอกลูกกลับไปทันทีว่า "ลูกจงอธิษฐานขอบารมีพระเจ้าอยู่หัว และบารมีของบุรพกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ท่านจะเสริมบารมีให้ลูกทำงานนี้สำเร็จ บ้านเมืองจะสงบได้แน่ โชคดีนะลูก"

นั่นเป็นการติดต่อครั้งสุดท้ายกับลูก หลังจากนั้นไม่ทราบเวลาเท่าไร
แม่ก็สวดภาวนาและสมาธิไปได้ไม่ค่อยดี กังวลกระสับกระส่าย ข่าวเย็นนั้นที่ลูกถูกลูกระเบิดและถูกยิง ไม่มีใครกล้าบอกแม่ จนกระทั่ง แม่ลอบจับฟังท่าทีของพ่อที่คุยกับนายทหารเพื่อนรักของลูก เขามาแจ้งพ่อ แล้วเราก็รีบไปโรงพยาบาล แม่ช่วยอะไรไม่ได้เลย ทำไมมันโหดร้ายกับลูกของแม่อย่างนี้

แม่ขอขอขอบคุณเพื่อนรักของลูกทุกคน ทั้งเพื่อนเก่าเซนต์คาเบรียล และเพื่อนนายทหารร่วมรุ่น จปร. ที่ให้ความช่วยเหลือพี่ไก่และพี่ศรี ช่วยเป็นเพื่อนร่วมคิด และดำเนินการจัดการตั้งแต่ที่ลูกได้ย้ายมาอยู่โรงพยาบาลพระมงกุฎจนกระทั่งเสียชีวิต พ่อแม่เคยเก่งบริหารงานทุกอย่างได้ แต่ครั้งนี้หมดสภาพจริงๆ ก็ได้เพื่อนๆ ของลูกนี่แหละและพี่ไก่ พี่ศรี ทำแทนพ่อและแม่ทั้งหมด

แม่ขอขอบคุณเพื่อนร่วมชาติ คนไทยทุกท่านที่ไม่เคยรู้จักเรามาก่อน จากทุกแห่งหน ทุกสังคม ที่ได้เข้าร่วมทำบุญ เคารพศพลูกของแม่ ด้วยความเศร้าและอาลัยในการจากไปของวีรบุรุษนักรบผู้กล้าหาญของพ่อและแม่ ลูกคงได้เฝ้าดูอยู่และได้พบว่า เพื่อนพี่น้องไทยทุกคนที่รักลูกมีกำลังใจที่จะอยู่ต่อสู้เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยยึดเอาตัวลูกเป็นต้นแบบ ตั้งปณิธานอันแน่วแน่ จะต่อสู้เพื่อให้พี่น้องไทยทุกคนที่หลงผิดกลับใจเป็นคนดี จะได้สังคมที่สงบสุขภายใต้ร่มพระบารมีปกเกล้า ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จแม่ของแผ่นดินที่ลูกรักและเทิดทูนที่สุดในชีวิตของลูก ขอให้ลูกได้มีโอกาสทำหน้าที่ของลูกต่อไป ในภพภูมิที่ลูกเลือกที่จะอยู่ขณะนี้ มีความสุขมากๆ นะจ๊ะ ลูกรักของแม่-พ่อ

จากพ่อและแม่
รพีพงศ์-วัชรี ธุวธรรม


ถึงก้อง

พี่ไก่ขอเขียนถึงความทรงจำที่ดีในครอบครัวเรานะ เป็นความน่ารักของก้องที่อยู่ในความทรงจำของเรา เริ่มตั้งแต่ก้องเกิด ก้องอยู่ในท้องแม่ 11 เดือนจนคุณหมอตัดสินใจผ่าออก เพราะท่าทางก้องคงคิดว่าอยู่ในท้องแม่สบายดี ก้องเลยเกิดมาตัวใหญ่มาก

วันที่ก้องเกิดไม่แน่ใจว่าใครบอก แต่เป็นเวลาเกิดที่มีคุณสมบัติเสาร์ 5 พวกเราเลยมั่นใจทุกครั้งที่ก้องปฏิบัติงานว่าก้องจะปลอดภัยเสมอ แม้แต่ครั้งนี้เราก็มั่นใจว่าก้องจะปลอดภัยและกลับมาทานข้าวในวันเกิดของก้องร่วมกัน คือ "วันที่ 23 เมษายน" แต่กลายเป็นวันที่เราต้องนำร่างก้องกลับคืนสู่ดิน

ตั้งแต่ก้องหัดพูดได้พ่อกับแม่สอนก้องให้เรียกพี่ไก่ว่าพี่ไก่ แต่ก้องไม่เคยเรียกจะเรียกว่าไก่เสมอ จนใครๆ สับสนว่าใครเป็นพี่เป็นน้อง ถ้าเราอยู่บ้านกันสองคนพี่น้องก้องจะเป็นคนทำกับข้าวให้พี่ไก่ทานเสมอ

อาหารที่ก้องทานจะเป็นอาหารง่ายๆ และก้องจะชอบอาหารที่แม่ทำให้เป็นพิเศษ ขณะที่พี่ไก่เป็นเด็กดื้อ บางอย่างถ้าไม่ชอบก็ไม่ทาน ก้องชอบทานปลาสลิดทอด ข้าวต้ม ยำกุ้งแห้ง น้ำพริก แต่ไม่ค่อยอยากทานอาหารพวกปลา เนื้อ หรือปู เพราะรู้สึกสงสารที่มันต้องตาย

ก้องไม่เคยลืมวันเกิดใครในครอบครัวเลยแม้แต่วันเกิดของหลานๆ และก้องจะเตรียมของขวัญพร้อมการ์ดอวยพรทุกครั้ง ของขวัญของน้าก้องจะถูกใจน้องเกรซและน้องพลอยมาก แม้แต่พี่ไก่เป็นแม่ยังทำได้ไม่ดีเท่าก้อง

ก้องรักหลานทั้งสองมากและมักพูดชมมากมายจนบางที่ก็รู้สึกว่าเข้าข้างตนเองมากเกินไปหรือเปล่า ตอนที่เกรซกับพลอยรีบเร่งทำขนมคุกกี้ให้น้าก้อง หลานคอยโทรถามว่าน้าก้องอยู่ไหนแล้ว "พอก้องบอกว่าอยู่ใกล้บ้านแล้ว" หลานรีบอบขนมทันทีเพราะจะให้น้าทานร้อนๆ แต่เผลออบนานไปเลยเกรียมนิดๆ ถึงขนาดไหม้และมีรสชาติเค็ม แต่ก้องนั่งทานไปชมไปว่าอร่อย ก้องทานไป 9 ชิ้นโตๆ จนหมด

วันคริสต์มาส ก้องจะพยายามกลับมาทานข้าวที่บ้านเสมอ แม้จะอยู่ไกลและชอบที่จะไปร่วมมิซาในวันคริสต์มาสที่ รร.มาแตร์ เพราะบรรยากาศเรียบง่ายและมีทานขนมกับคณะซิสเตอร์ จนคุณแม่บุญประจักษ์ ซึ่งปัจจุบันอายุ 97 ปีแล้ว ยังจำก้องได้และถามถึงร่มเกล้าทุกครั้งที่พี่ไก่เข้าไปสวัสดี ถึงวันที่ก้องจากพวกเราไป คุณแม่บุญประจักษ์ยังได้ติดตามข่าวและโทรศัพท์มาแสดงความเสียใจถึง 2 ครั้ง คณะมาแมร์และซิสเตอร์อยากมาร่วมพิธีสวดที่วัดเทพศิรินทร์ แต่ต้องยกเลิกเพราะมีกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่หน้าโรงเรียน แต่มาแมร์และซิสเตอร์แจ้งว่าได้สวดอวยพรให้ก้องตั้งแต่วันแรก ซึ่งครอบครัวเราถือว่า บทภาวนาจากคณะนักบวช ซึ่งบางท่านอายุเกือบร้อยปีเป็นสิ่งที่มีค่ามาก

แม่ไม่อยากให้ก้องฟุ่มเฟือยและเสียสตางค์ซื้อของมาฝากแม่มากมาย ก้องแก้ไขปัญหาโดยการบอกราคาครึ่งหนึ่ง แม่เลยเอาไปแจกคนอื่นแล้วบอกให้ซื้อมาให้แม่เพิ่มอีก!!

ก้องไม่เคยว่าใครหรือโกรธใครหรือพูดถึงใครในทางไม่ดีเลย เพราะฉะนั้นถ้ามีใครอ้างว่าพูดอะไรที่ไม่ดีถึงใคร พี่ไก่มั่นใจว่าก้องไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน เรามีกัน 2 คนพี่น้อง พี่มั่นใจว่าพี่รู้จักน้องของพี่ดี

ก้องมีความตั้งใจที่จะเป็นทหารและรักการเป็นทหารมาก ก้องภูมิใจที่ได้ออกปฏิบัติงานแนวหน้า ก้องไม่เคยอิดออดเมื่อได้รับมอบหมายให้ไปภาคใต้หรือที่ใดๆ ที่มีอันตราย แต่ก้องจะเป็นห่วงว่าแม่จะกังวลมากเท่านั้นเอง พอก้องทราบว่าลงใต้ ก้องรีบไปที่วัดเพื่อขอพระมาให้ลูกน้องทุกคนเป็นขวัญกำลังใจ

ก้องจะเป็นห่วงพ่อกับแม่มากและคอยกุลีกุจอหาหมอให้พ่อกับแม่เสมอ ก้องรู้ว่าครอบครัวเราจะต้องไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ ก้องจะต้องพยายามหาโอกาสไปโบสถ์กับแม่ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ และมาเยี่ยมเยียนพ่อกับแม่ทุกวันอาทิตย์ (ก้องทำงานที่ปราจีนบุรี)

ก้องเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอ คุยสนุกสนาน และเป็นห่วงคนอื่นอยู่เสมอ
ตอนน้องพลอยเกิดใหม่แม่แค่พูดว่าอยากให้หลานได้มีตุ๊กตาเล็กๆ ไว้กอดนอน ก้องรีบจัดมาให้ทันที ตุ๊กตาตัวนี้ชื่อเจ้าหมีน้อย ก้องเลี้ยงนก เลี้ยงควาย (เคยถ่ายรูปมาให้พี่ไก่ดู ผูกผ้าพันคอให้ด้วย) 2 ตัวสุดท้ายเป็นแมวชื่อเจ้าซูซาน และเจ้าคุกกี้ ซึ่งเพิ่งตายไปเมื่อเดือนที่แล้ว

ก้องชอบศึกษา เรียนรู้ และถ้าสนใจอะไรก้องจะศึกษาละเอียดทีเดียว ความสนใจของก้องหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง ระบบไฟฟ้า โหราศาสตร์ ธรรมะ ฟังเพลง ก้องดูหมอแม่นซะด้วย ต่อไปนี้คงไม่มีใครดูให้พี่ไก่แล้ว

ก้องเป็นคนที่รักษาความลับได้ดีมากและรู้ว่าเรื่องไหนสมควรพูดและไม่สมควรพูด ก้องให้ความเคารพพี่ศรีซึ่งเป็นเขยเสมอ ตอนก้องจากไปพี่ไก่เห็นพี่ศรีแอบร้องไห้หลายครั้ง "ตั้งแต่วันที่ก้องจากเราไปเราเสียใจมากและร้องไห้กันทุกวัน" จนวันนี้ที่เราตั้งใจทำหนังสือเพื่อเป็นที่ระลึกถึงก้อง แต่เนื่องจากยังไม่มีใครสามารถบรรยายความรู้สึกหรือความในใจออกมาได้ เพราะฉะนั้นพี่ไก่จึงเป็นตัวแทนเขียนแทนทุกคนนะ

วันที่ 10 เมษายน เป็นวันที่พี่ไก่ไม่ค่อยสบายใจเลย และได้สวดสายประคำให้ก้อง แต่คงจะสวดน้อยไปหน่อย ก้องถึงจากพวกเราไป ขอให้หลับสบายและไม่ต้องห่วงไม่ต้องกังวลอะไรอีกนะน้องรัก มีคนรักน้องมากมาย ตั้งแต่วันที่พี่ไก่ไปหาก้องที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ คุณหมอทุกท่าน พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ นายทหาร เพื่อนเซนต์คาเบรียล และอีกหลายท่านที่ไม่สามารถเอ่ยนามได้ครบถ้วน ได้พยายามช่วยเหลือน้องอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตน้องไปได้นานกว่าตี 3

รัก
พี่ไก่


คำอาลัย
แด่ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม-น้าก้อง ของครอบครัวเรา

พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม หรือ "น้าก้อง" ของครอบครัวเรา หรือ "ร่ม" ของเพื่อนๆ จากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล หรือพี่น้องที่กองทัพเรียกว่า "เปา" เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดที่ผมเรียกว่าสุภาพบุรุษ ก้องจะคิดถึงคนอื่นเป็นอันดับต้นๆ เสมอ วันแรกที่ผมพบกับก้อง ผมได้รับไมตรีจิตที่สัมผัสได้ นับต่อมาจากวันนั้น ผมได้แต่น้ำใจที่ก้องคอยเป็นห่วง ก้องคิดถึงคนรอบข้าง ญาติมิตรเสมอ คุณแม่หรือไก่ออกปากให้ก้องช่วยเหลือเรื่องอะไรก็ตาม ก้องไม่เคยล่าช้าในการช่วยเหลือเลย คุณพ่อ คุณแม่และไก่ เป็นที่รักของก้องเสมอมาความรักของก้องเผื่อแผ่มาถึงหลานทั้งสองคนอย่างเต็มเปี่ยม ก้องเป็นทหารที่มีน้ำใจ สุภาพอ่อนโยนกับผู้อ่อนแอกว่าเสมอ ก้องไม่เคยคิดผูกใจเจ็บกับคนที่ทำร้ายต้วก้องเลย ทุกครั้งที่ก้องเล่าถึงคนที่ปฏิบัติไม่ดีต่อก้อง ก้องจะบอกว่าให้มันยุติกันไป ก้องไม่คิดแค้น ผูกใจเจ็บ ก้องยึดคติ อภัย อโหสิ เพื่อตัดเวรกรรมกันไปเสมอ แต่กับคนที่รังแกทำร้ายคนอื่น ก้องไม่เคยนิ่งเฉยก้องเจ็บแทนคนอื่นยิ่งกว่าคนที่ถูกรังแกเองเสียอีก

ก้องมีน้ำใจให้คนรอบข้างเสมอ เป็นห่วงคนอื่น ก้องคอยบอกคุณแม่เสมอว่าอาชีพของก้องเป็นอาชีพที่มีอันตรายอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง ก้องมีจุดหมายในชีวิตอย่างเดียวก็คือปฏิบัติหน้าที่ถวายความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงเป็นหลักชัยอย่างเดียวในชีวิตของก้อง ก้องเล่าอย่างภูมิใจเสมอที่ได้ทำหน้าที่ถวายงาน ก้องเล่าเสมอว่าก้องเตรียมพร้อมตลอดเวลาที่จะถวายชีวิตเป็นราชพลี มีแผนลำดับขั้นตอนในใจว่า ก้องจะเตรียมตัวอย่างไรบ้าง จนคุณแม่เคยบอกว่า แม่ขอถวายลูกชายให้ล้นเกล้าฯ

มิตรสหายที่คบกับก้องต่างก็แสดงให้เห็นว่าก้องเป็นมิตรแท้ จริงใจกับเพื่อน หวังดีกับเพื่อนทุกคน คุณพ่อ คุณแม่ มาสเตอร์ที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียลและการหล่อหลอมมาจากโรงเรียน จปร. ได้หล่อหลอมให้ก้องเป็นสุภาพบุรุษเพื่อนที่เป็นสุภาพสตรีต่างก็ยืนยันได้ในข้อนี้ ก้องจะเป็นพี่ชายที่ดีให้กับรุ่นน้องทุกคน ก้องไม่คิดเอาเปรียบ เอาประโยชน์ใดๆ จากเพื่อน หรือพี่ หรือน้องที่คบหา ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์หรือทรัพย์สิน หรืออื่นใดเลย

ก้องเป็นคนเคร่งเครียดเรื่องความซื่อสัตย์ในหน้าที่การงานมาก ก้องเล่าอย่างอึดอัดเวลาที่มีคนมาให้ก้องทำหน้าที่นอกลู่นอกทาง ก้องพร้อมจะเสียไมตรีที่ดีต่อกัน แต่ไม่ยอมทำการทรยศหน้าที่หรือความซื่อสัตย์ ก้องเตรียมพร้อมตลอดเวลาว่า หากวันใดที่ต้องถวายชีวิตต่อล้นเกล้าฯ แล้ว ชีวิตนี้จะต้องไม่มีคำครหาให้เป็นมลทินแปดเปื้อนต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ก้องเตรียมพร้อมจนไม่กล้าที่จะมีลูก เพราะเกรงว่าจะไม่สามารถอยู่เลี้ยงดูลูกของตัวเองได้ครบถ้วน ก้องจึงเผื่อแผ่ความรักมาให้หลานทดแทน

วันที่ก้องจากไป คุณพ่อได้แต่รำพึงว่า สกุลธุวธรรมคงจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่พวกเราเชื่อมั่นว่า คุณธรรม ความเป็นสุภาพบุรุษของก้อง การไม่ถือโทษโกรธใคร ก้องยังยึดมั่นในคำว่าอภัย อโหสิ เกียรติยศ ความดีของก้องประจักษ์รู้ถึงทุกคน พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชทานมาให้ก้อง เป็นน้ำทิพย์ที่หล่อเลี้ยงให้เราทุกคนมีกำลังหักห้ามความเสียใจ และกลับยืนหยัดขึ้นยืนยันว่า ก้องมิได้ทำให้สกุลธุวธรรม ของคุณพ่อสิ้นสุดลง แต่เป็นการประกาศเกียรติคุณความดี ที่ก้องเพียรพยายามประพฤติไว้ไม่ท้อถอย ไม่ย่อท้อ ให้กังวานไปยังคนอื่นในสังคมได้รับรู้จนทั่วกัน

วันที่ก้องจากไป ผมได้แต่สะท้อนใจว่า ต่อแต่นี้ไปหลานๆ จะไม่ได้ถามคุณยายอีกแล้วว่า อาทิตย์นี้น้าก้องจะกลับมามั้ย เพราะทุกครั้งที่คุณยายบอกหลานๆ ว่าน้าก้องจะมา เขาจะดีใจคอยเวลาที่จะได้ไปคุยกับน้าก้อง พวกเขาภูมิใจและรับรู้ได้ถึงความรักที่น้าก้องมีต่อพวกเขา แต่นี้ต่อไปก้องจะอยู่ในหัวใจของพวกเราทุกคน ทุกวัน ทุกเวลา พวกเราจะภาวนาขอต่อพระผู้เป็นเจ้าโปรดทรงจัดเตรียมให้ก้องได้อยู่ในพระอาณาจักรของพระองค์บนสรวงสวรรค์นิรันดร์ด้วย

ด้วยรักและภูมิใจในตัวก้องเสมอ
พี่ศรี


แด่พี่ที่รักยิ่ง

ความรักของเอกับพี่มีแต่ความทรงจำที่งดงาม เอได้อยู่กับคนที่เอรัก และก็โชคดีเหลือเกินที่ได้รับความรักจากพี่อย่างสมบูรณ์เติมเต็มชีวิต คุ้มค่ากับการได้เกิดมาชาติหนึ่งแล้วได้มีความสุขในความรัก แต่ไม่นานนักธรรมชาติก็คืนความสมดุลสู่ชีวิตด้วยการเอาความสุขของเอคืน พรากพี่ไปจากเอ เหลือไว้แต่ความรักของเราที่จะคงอยู่ชั่วนิรันดร ข้ามภพข้ามชาติ เอตั้งจิตอธิษฐานว่าจะตามหาพี่ให้เจอ

ชีวิตที่เหลืออยู่ของเอ ยังไม่รู้จะจัดการอย่างไร เพราะเอเคยมีพี่เป็นสมอง เป็นหัวใจ เป็นชีวิต วันนี้มีเพียงความรัก ความทรงจำ และความดีงาม อันบริสุทธิ์ยิ่งใหญ่ของพี่เป็นต้นแบบหล่อเลี้ยงชีวิตที่เหลืออยู่ให้ดำเนินต่อไปได้ ด้วยการตั้งใจทำงานถวายความจงรักภักดีจตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเหมือนอย่างพี่ จนกว่าจะถึงวันที่เราจะได้พบกัน...Till Then

เอรักพี่ด้วยความรัก ศรัทธา และบูชา
นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม

More than the greatest love the world has know
This is the love I give to you alone
More than the simple words I try to say
I only live to love you more each day
...Longer than always is a long long time,
but far beyond forever you'll be mine.

เพลง More ที่พี่ร้องให้เอในวันแต่งงานของเรา วันนี้เอขอมอบให้พี่นะคะ ขอให้พี่พักให้สบาย หลังจากเหนื่อยมาตลอดชีวิต เอรู้ว่าพี่อยู่เคียงข้างเอเสมอ


เมื่อวันที่ 11 เม.ย ตอนบ่ายหลังจากได้รับ SMS ถึงการจากไปของเพื่อน (ร่ม ซึ่งเป็นชื่อที่เราและเพื่อนๆ เซนต์ใช้เรียกร่มเกล้า) ช่วงเวลานั้นเราคิดว่าเป็นคนอื่นที่บังเอิญชื่อตรงกัน และเมื่อเราเช็กกับเพื่อนๆ เซนต์แล้ว ว่าเป็นเพื่อนจริงๆ เรารู้สึกงงและโมโหกลุ่มคนที่ทำให้เพื่อนเราต้องจากไปเป็นอันมาก แต่เราก็ต้องควบคุมอารมณ์ ตลอดคืนนั้นเราเก็บตัวเงียบไม่อยากคุยกับใคร และภาพของเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียน ป.1 ที่เซนต์คาเบรียลตลอดจนงานเลี้ยงรุ่นเมื่อปลายปีที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค เราก็ยังจำได้ดี ถึงแม้เราจะห่างเหินกันไปบ้างหลังจากเข้ารั้วมหาวิทยาลัย และตามความฝันของแต่ละคน แต่ดวงชะตาก็ทำให้เรามาสนิทกันอีกทีแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ตอนที่เพื่อนเริ่มเรียนปริญญาเอกทางด้านบริหารและการพัฒนาที่นิด้า เรายังจำได้ดีตอนที่เพื่อนมาถามงานปริญญานิพนธ์ของเราเพื่อเป็นแนวทางในการหาหัวข้อวิทยานิพนธ์ในอนาคตของเพื่อนทางด้านบริหารบุคคล ซึ่งเราก็ยังแปลกใจปนกับความดีใจที่เพื่อนเข้ามาเป็นรุ่นน้องปริญญาเอกที่นิด้า เหตุที่เราแปลกใจเพราะคนที่เป็นถึงว่าที่นายพล กลับยอมตรากตรำมาเรียนในช่วงตอนเย็นและเสาร์-อาทิตย์ เพราะต้องการเป็นผู้รู้ที่แท้จริง และนำความรู้มาปรับปรุงกองทัพ ซึ่งถือว่าหาได้ยาก เราดีใจที่ได้รู้จักและเป็นเพื่อนกับร่มนะ อยากให้เพื่อนทราบนะว่าพวกเราเพื่อนๆ เซนต์คาเบรียล รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันก็อดภาคภูมิใจกับความเสียสละชีวิตที่เพื่อนให้ไว้กับแผ่นดินไทยอันเป็นที่รักของเราทุกคน ขอให้ดวงวิญญาณของเพื่อนจงสู่สุคติ และหวังว่าการเสียสละของเพื่อนจงดลบันดาลให้คนไทยรู้รักและสามัคคีกัน

ผศ.ดร.จิรายุส พู่มนตรี (แก้ว)
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยสารสนเทศและพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ


คำอาลัย

พ.อ.ร่มเกล้า เป็นลูกศิษย์คนหนึ่งที่มีจิตใจงดงาม เป็นนายทหารที่มีความสนใจศึกษาหาความรู้มาก ทั้งๆ ที่รู้ว่าต้องทำงานหนักแต่ก็ไม่ย่อท้อ ที่สำคัญคือเป็นคนไทยที่รักชาติ รักแผ่นดิน พร้อมจะอุทิศชีวิตเพื่อจะรักษาแผ่นดิน เพื่อนๆ ที่ได้รู้จักกับ พ.อ.ร่มเกล้า คงมีความรู้สึกเดียวกันว่า พ.อ.ร่มเกล้า เป็นผู้ที่มีจิตใจเพื่อผู้อื่นทั้งความห่วงใยและความเอื้ออาทรที่มีอยู่พร้อมใน พ.อ.ร่มเกล้า การเสียชีวิตของ พ.อ.ร่มเกล้า ในวันที่กำลังเจริญเติบโตก้าวหน้าในชีวิตการงานจึงเป็นความสูญเสียที่สำคัญของชาติและของทุกคนที่ได้รู้จักกับ พ.อ.ร่มเกล้า

ขอให้วิญญาณของ พ.อ.ร่มเกล้า จงไปสู่สุคติ และช่วยปกป้องประเทศชาติให้ปลอดพ้นจากการคุกคามของคนชั่วทั้งหลายด้วยเทอญ

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์


เปาเพื่อนรัก

ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยมีอุปสรรคหรือปัญหาใดๆ ทำให้เพื่อนท้อถอยได้เลย ซึ่งเป็นความทรงจำที่ร่วมกันฝ่าฟันมา ณ วันนี้เป็นวันที่เราต้องจากกันไปด้วยหน้าที่ของเพื่อนที่เป็นการจากไปอย่างสมภาคภูมิของชายชาติทหาร ทั้งกายและใจ ถึงแม้เวลานี้เพื่อนจะได้จากไปจากภพนี้แล้วก็ตาม แต่สำหรับเราเพื่อนยังอยู่ในใจเราตลอดไป และในภพหน้าเราหวังว่าจะได้พบ คบหากับเพื่อนอีก พักผ่อนอย่างสงบเถอะ ภาระหน้าที่ข้างหลังยังมีเพื่อน พี่ น้อง ช่วยกันปฏิบัติสืบต่อไป ตามอุดมการณ์ที่เพื่อนยึดถือ

รักเพื่อนมาก
พ.อ.เมตตรัย สันติเวชชกุล


บทเพลงระหว่างพิธีปลงศพ

ลูกเชื่อในพระองค์

1.ลูกเชื่อพระองค์จงใจ เชื่อในพระองค์
ความมืดมัวกันลูกไกล แต่ลูกเชื่อพระองค์
ด้วยพระวาจาเที่ยงธรรม์ ลูกเชื่อยืนยันจริงใจ
ลูกเชื่อพระองค์จงใจ ลูกเชื่อในพระองค์

2.ลูกวางใจในพระคุณ เพิ่มพูนไว้ใจ
โปรดทรงเมตตาการุญ ให้ลูกอุ่นหัวใจ
ความทุกข์ยุคเข็ญกังวล โปรดดลให้ห่างลูกไกล
ลูกวางใจในพระคุณ ลูกเพิ่มพูนไว้ใจ

3.ลูกรักพระองค์ทรงชัย ลูกรักพระองค์
โปรดทรงบำรุงจิตใจ ให้รักแต่พระองค์
โปรดเผาลูกด้วยไฟรัก ให้ลูกร้อนรักพระองค์
ลูกรักพระองค์ทรงชัย รักแต่ในพระองค์

4.โปรดทรงบันดาลลูกให้ อยู่ใกล้พระองค์
เมตตาให้ลูกมั่นคง ยืนยงในพระคุณ
ให้ลูกมีใจเพิ่มพูน เทิดทูนความรักพระองค์
โปรดทรงบันดาลลูกให้ อยู่ใกล้ชิดพระองค์

Requiem aeternam dona ei, DOMINE
เรกวิเอม แอแตรนัม โดนา เออี โดมิเน
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า, โปรดประทานการพักผ่อนตลอดนิรันดรแก่ พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม เทอญ


Facebook

Sombat Piamboriboon
May 12
ทันทีที่ได้ข่าวการเสียชีวิตของนายทหารชื่อ ร่มเกล้า นามสกุลฟังไม่ทัน ถึงฟังทัน ก็คงจำไม่ได้หรอกเพราะลืมไปแล้ว
ทำให้ผมนึกถึงลูกศิษย์จากโรงเรียนเซนต์คาเบรียลคนหนึ่ง ที่ชื่อ "ร่มเกล้า" สมัยนั้น (๒๐กว่าปีแล้ว) ผมเคยแบ่งกลุ่มและตั้งชื่อกลุ่มของนักเรียนใน "ห้องทดลองประชาธิปไตย" ที่ผมเป็นครูประจำชั้น ทุกๆปี จะมี ๘ กลุ่ม ๘ ชื่อ ดังนี้ ...........
"พิทักษ์ธรรม ดำรงรัฐ พัฒนราษฎร์ ชาตินิยม ร่มเกล้า เผ่าไทย ไตรธรรม สัมมาชีพ" แล้วก็ใส่ทำนองเพลงการ์ตูนญี่ปุ่น ให้เด็กในห้องร้องกันเป็นที่สนุกสนาน ในปีนั้นก็จะมีนักเรียนคนหนึ่งที่อยู่ห้องอื่น ผ่านมาถามมาแซวอยู่บ่อยๆ ว่าผมเอาชื่อของเขามาตั้งชื่อกลุ่ม ผมก็เลยพูดเป็นที่เล่นทีจริงว่า "มาสเตอร์ขอยืมใช้ก็แล้วกันนะ หรือจะให้เช่าก็ได้ จะคิดค่าเช่าเท่าไหร่ก็บอกมา ?" เขารีบตอบสวนผมกลับมาทันทีว่า "ผมให้ใช้ฟรีครับ" นั่นคือความประทับใจในความเดียงสาของเด็ก ป.๕ ที่ชื่อ "ร่มเกล้า" ผมยังบอกเขาอีกว่า ชื่อของเขาออกเสียงไพเราะ และมีความหมายดีมาก เป็นมงคลด้วย คนตั้งให้ต้องเป็นทหารแน่นอน (ตอนนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นลูกทหารหรือเปล่า)....... หมดพื้นที่พอดี.

Sombat Piamboriboon
May 12
........... ผมหันไปบอกลูกชายซึ่งก็เป็นศิษย์เก่าเซนต์ฯเหมือนกัน (รุ่นน้อง ร่มเกล้า หลายปีอยู่) ว่าไม่รู้จะใช่ลูกศิษย์ของพ่อหรือเปล่านะ ไม่ได้เจอกันหลายปีแล้ว ครั้งสุดท้ายเจอกันตอนติดยศ ร้อยเอก/พันตรี สักพักหนึ่งทีวีก็ขึ้นรูปนายทหารที่เสียชีวิต ผมยืนยันกับลูกชายว่าน่าจะใช่ เพราะใบหน้าของเขาไม่เปลี่ยนมากนัก ใจเต้นระทึกขึ้นมาทันที ใจก็ได้แต่ภาวนาว่าขออย่าใช่เลย ก็เท่านั้นเอง .... วันรุ่งขึ้นเปิดดูทาง INTERNET อ่านประวัติของนายทหารผู้เสียชีวิตเมื่อวันก่อน ... อนิจจา ร่มเกล้า ลูกศิษย์ที่เคยทักทาย หยอกล้อ มาที่โรงเรียนเซนต์ฯ ก็ยังอุตส่าห์แวะมาหามาคุยด้วย คุยกันเรื่องชื่อทุกครั้งไป ต่อไปนี้ จะไม่มีลูกศิษย์ชื่อ "ร่มกล้า" มาคุยด้วยอีกแล้ว .... ขอให้ พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม จงภาคภูมิใจในการจากไปอย่างชายชาติทหาร และจงไปสู่สุขคติด้วยเทอญ ...... มาสเตอร์ สมบัติ เปี่ยมบริบูรณ์ ยังระลึกถึงเสมอ.


พิธีฝังศพ พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม

[1]

[2]

[3]


คนวงใน ร่มเกล้า...ในความรัก

[1]
[2]

BROWSE LYRICS BY ARTIST/BAND NAME:
0-9 A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z NEW LYRICS


0-9 A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

© Amethyst Lyrics.com